Please log in to views all forums (Log In)
 Home | Stats | Search | ลงทะเบียน | FAQ
SEC-WebBoard > Knowledge Sharing > GMOs คืออะไร ตั้งกระทู้ใหม่ | ตอบกระทู้นี้

โดย กระทู้: GMOs คืออะไร
pojchanad




Total Posts: 116
Posted Saturday, 18 March, 2006 03:27:32 PM
GMOs คืออะไร ได้มีการนำเทคโนโลยีทางด้านพันธุวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อให้ได้พันธุ์พืชที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ โดยนำหน่วยพันธุกรรมจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งถ่ายเข้าไปรวมหรือร่วมอย่างถาวรกับหน่วยพันธุกรรมกับหน่วยพันธุกรรม ของพืชอีกชนิดหนึ่ง ทำให้สามารถแสดงลักษณะที่ไม่เคยมีอยู่ในธรรมชาติสำหรับพืชชนิดนั้น พืชชนิดนั้นจึงเรียกว่าเป็น พืชที่ได้รับตัดต่อสารพันธุกรรม (Genetically Modified Plants)
ปัจจุบันมีพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมหลายชนิดที่เป็นที่ยอมรับและได้มีการปลูกเป็นการค้าในต่างประเทศหลายชนิด เช่น มะละกอ, ข้าวโพด, ฝ้าย และถั่วเหลือง เป็นต้น อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมดังกล่าวแล้ว ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่สาธารณชนและนักวิชาการ ในการควบคุมภยันตรายซึ่งอาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมไว้ 40 ชนิด ดังนี้
ชนิดของพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมที่เป็นสิ่งต้องห้าม
1. ข้าว Oryza sativa L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
2. ข้าวโพด Zea mays L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
3. พืชในสกุลกอซซิเปียม Gossypium spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
4. พืชในสกุลลินั่ม Linum spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
5. ถั่วเหลือง Glycine max L. merr. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
6. พืชในสกุลฮีแลนธัส Helianthus spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
7. ผักกาดก้านขาว Brassica napus L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
8. มันฝรั่ง Solanum tuberosum L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
9. หน่อไม้ฝรั่ง Asparagus officinalis L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
10. แบลคเคอเร้น Ribes nigrum L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
11. พืชในสกุลบราสสิค่า Brassica spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
12. แครอท Daucus carota L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
13. กะหล่ำดอก Brassica oleracea var. botyrtis L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม 14. ขึ้นฉ่าย Apium graveolens var. dulce (Mill.) pers.
15. แตงกวา Cucumis sativus L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
16. มะเขือยาว Solanum melongena L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
17. พืชในสกุลวิตีส Vitis spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
18. กีวี Actinidia chinensis Planchon ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
19. ผักกาดหอม Lactuca sativa L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
20. แตงเทศ Cucumis melo L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
21. ถั่วลันเตา Pisum sativum L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
22. พืชในสกุลรูบัส Rubus spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
23. พืชในสกุลแฟรกกาเรีย Fragaria spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
24. พืชในสกุลคูเคอบิต้า Cucurbita spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
25. ซูก้าร์บีท Beta vulgaris L. subsp.vulgaris ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม 26. ยาสูบ Vicotiana tabacum L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
27. มะเขือเทศ Lycopersicon esculentum Mill. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม 28. คาร์เนชั่น Dianthus caryophyllus L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
29. พืชในสกุลคริสแซนธิมั่ม Chrysanthemum spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม 30. พืชในสกุลอิโปเมีย Ipomoea spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
31. พืชในสกุลพิทูเนีย Petunia spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
32. ฮอส แรดิส Armoracia rusticana P. Gaerther, Meyer & Scherb. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
33. อัลฟัลฟ่า Medicago sativa L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
34. พืชในสกุลอะเมลแลนเซียร์ Amelanchier spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม 35. พืชในสกุลสไตโลแซนเธส Stylosanthes spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
36. แอปเปิ้ล Malus pumila P. Mill. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
37. มะละกอ Carica papaya L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
38. พืชในสกุลพอปพูลัส Populus spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
39. แพร์ Pyrus communis L. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
40. พืชในสกุลจักแกลนส์ Juglans spp. ที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

การนำเข้า
การนำเข้า จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรก่อนทุกครั้ง โดยให้นำเข้าเพื่อการทดลองหรือวิจัยเท่านั้น
ณ ปัจจุบันนี้ไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมมาปลูกเพื่อเป็นการค้าในประเทศไทย
ผู้นำเข้าเมล็ดพืช ที่มิใช่พืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม ขอให้ผู้นำเข้าขอหนังสือรับรองจากประเทศต้นทาง ว่าเมล็ดพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์พืชนั้นมิใช่พืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม
ข้อมูลได้มาจาก กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ถ.พหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900 โทร.9406670




{แก้ไขข้อมูลเมื่อ Saturday 18th March 2006 03:28:48 PM}
dunn




Total Posts: 508
Location: SEC
Posted Saturday, 18 March, 2006 04:58:16 PM
เคยดูข่าว เกี่ยวกับขนมกรอบ กาแฟ ช็อกโกแล็ต ฯลฯ
อาจผลิตมาจากผักผลไม้ GMOs ด้วย
ไม่ทราบว่าจะมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้างครับ?
utai.t




Total Posts: 560
Posted Saturday, 18 March, 2006 05:44:34 PM
"ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่สาธารณชนและนักวิชาการ ในการควบคุมภัยอันตรายซึ่งอาจจะเกิดขึ้น"
อยากรู้ว่ามันมีอันตรายอย่างไรบ้างเคยได้ยินมานานแล้วครับ
pojchanad




Total Posts: 116
Posted Thursday, 23 March, 2006 07:25:02 PM

Download file...
ในกรณีของ GMOs นั้นข้อเสียคือ มีความเสี่ยงและความซับซ้อนในการบริหารจัดการเพื่อให้มีความปลอดภัยเพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษ แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ใดได้รับอันตรายจากการบริโภคอาหาร GMOs แต่ความกังวลต่อความเสี่ยงของการใช้ GMOs เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น กรณีตัวอย่างดังต่อไปนี้
ความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
1. สารอาหารจาก GMOs อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย เช่น เคยมีข่าวว่า กรดอะมิโน L-Tryptophan ของบริษัท Showa Denko ทำให้ผู้บริโภคในสหรัฐเกิดอาการป่วยและล้มตาย อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นนี้แท้จริงแล้วเป็นผลมาจากความบกพร่องในขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (quality control) ทำให้มีสิ่งปนเปื้อนหลงเหลืออยู่หลังจากกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ มิใช่ตัว GMOs ที่เป็นอันตราย

2. ความกังวลในเรื่องของการเป็นพาหะของสารพิษ เช่น ความกังวลที่ว่า DNA จากไวรัสที่ใช้ในการทำ GMOs อาจเป็นอันตราย เช่น การทดลองของ Dr. Pusztai ที่ทดลองให้หนูกินมันฝรั่งดิบที่มี lectin และพบว่าหนูมีภูมิคุ้มกันลดลง และมีอาการบวมผิดปกติของลำไส้ ซึ่งงานชิ้นนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูง โดยนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการออกแบบการทดลองและวิธีการทดลองบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐานตามหลักการวิทยาศาสตร์ ในขณะนี้เชื่อว่ากำลังมีความพยายามที่จะดำเนินการทดลองที่รัดกุมมากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้น และจะสามารถสรุปได้ว่าผลที่ปรากฏมาจากการตบแต่งทางพันธุกรรมหรืออาจเป็นเพราะเหตุผลอื่น

3. สารอาหารจาก GMOs อาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เท่าอาหารปกติในธรรมชาติ เช่น รายงานที่ว่าถั่วเหลืองที่ตัดแต่งพันธุกรรมมี isoflavone มากกว่าถั่วเหลืองธรรมดาเล็กน้อย ซึ่งสารชนิดนี้เป็นกลุ่มของสารที่เป็น phytoestrogen (ฮอร์โมนพืช) ทำให้มีความกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน estrogen อาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กทารก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบของการเพิ่มปริมาณของสาร isoflavine ต่อกลุ่มผู้บริโภคด้วย

4. ความกังวลต่อการเกิดสารภูมิแพ้ (allergen) ซึ่งอาจได้มาจากแหล่งเดิมของยีนที่นำมาใช้ทำ GMOs นั้น ตัวอย่างที่เคยมีเช่น การใช้ยีนจากถั่ว Brazil nut มาทำ GMOs เพื่อเพิ่มคุณค่าโปรตีนในถั่วเหลืองสำหรับเป็นอาหารสัตว์ จากการศึกษาที่มีขึ้นก่อนที่จะมีการผลิตออกจำหน่าย พบว่าถั่วเหลืองชนิดนี้อาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งเกิดอาการแพ้เนื่องจากได้รับโปรตีนที่เป็นสารภูมิแพ้จากถั่ว Brazil nut บริษัทจึงได้ระงับการพัฒนา GMOs ชนิดนี้ไป อย่างไรก็ตาม พืช GMOs อื่น ๆที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในโลกในขณะนี้ เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพดนั้น ได้รับการประเมินแล้วว่า อัตราความเสี่ยงไม่แตกต่างจากถั่วเหลืองและข้าวโพดที่ปลูกอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน

5. ความกังวลเกี่ยวกับการดื้อยา กล่าวคือเนื่องจากใน marker gene มักจะใช้ยีนที่สร้างสารต่อต้านปฏิชีวนะ (antibiotic resistance) ดังนั้น จึงมีผู้กังวลว่าพืชใหม่ที่ได้อาจมีสารต้านปฏิชีวนะอยู่ด้วย ทำให้มีคำถามว่า
6.1 ถ้าผู้บริโภคอยู่ในระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่ อาจจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลหรือไม่ เนื่องจากมีสารต้านทานยาปฏิชีวนะอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย และสามารถแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงได้
6.2 ถ้าเชื้อแบคทีเรียที่ตามปกติมีอยู่ในร่างกายคน ได้รับ marker gene ดังกล่าวเข้าไปโดยผนวก (integrate) เข้าอยู่ในโครโมโซมของมันเอง ก็จะทำให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อยาปฏิชีวนะได้ ข้อนี้มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก
แต่เมื่อมีความกังวลเกิดขึ้น ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้นวิธีใหม่ที่ไม่ต้องใช้ selectable marker ที่เป็นสารต่อต้านปฏิชีวนะ หรือบางกรณีก็สามารถนำยีนส่วนที่สร้างสารต่อต้านปฏิชีวนะออกไปได้ก่อนที่จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

7. ความกังวลเกี่ยวกับการที่ยีน 35S promoter และ NOS terminator ที่อยู่ในเซลล์ของ GMOs จะหลุดรอดจากการย่อยภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ เข้าสู่เซลล์ปกติของคนที่รับประทานเข้าไป แล้วเกิด active ขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนในมนุษย์ ซึ่งข้อนี้จากผลการทดลองที่ผ่านมายืนยันได้ว่า ไม่น่ากังวลเนื่องจากมีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังบ้างในบางกรณี เช่น เด็กอ่อนที่มีระบบทางเดินอาหารที่สั้นกว่าผู้ใหญ่ทำให้การย่อยอาหารโดยเฉพาะ DNA ในอาหาร เป็นไปโดยไม่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ ในข้อนี้แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอันตรายค่อนข้างต่ำ แต่ก็ควรมีการวิจัยโดยละเอียดต่อไป
ข้อมูลได้จาก http://www.scithai.com

{แก้ไขข้อมูลเมื่อ Thursday 23rd March 2006 07:25:02 PM}
SEC-WebBoard > Knowledge Sharing > GMOs คืออะไร ตั้งกระทู้ใหม่ | ตอบกระทู้นี้

[ Page rendered in 0.0454 seconds ]